วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สรุปความเป็นมาของ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

สรุปความเป็นมาของ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

1. ความเป็นมาของการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย
    กฎหมายว่าด้วยการบัญชีฉบับปัจจุบัน คือ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ได้ใช้ บังคับมาตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 27 ปี จึงมีหลักการเกี่ยวกับการทำบัญชีหลายประการ ที่ยังไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางการบัญชี และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้า ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเพื่อให้มีการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้เป็นไปตามความเป็นจริงได้มาตรฐาน การบัญชี และสอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ซึ่งจะทำให้กิจการและบุคคลภายนอกได้ใช้ข้อมูลทางการ บัญชีเพื่อประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการเสนอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการ บัญชีมาเป็นลำดับนับแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันกฎหมายดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบของ รัฐสภาแล้ว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2543 และนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2543 ซึ่งจะมีผลบังคับใชตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไป สรุปการดำเนินการแก้ไขกฎหมาย ได้ ดังนี้
    • คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2535 อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ. .... และให้ส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาพิจารณา แต่โดยที่สภาฯ ได้สิ้นอายุ ลง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงตกไป
    • คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2537 เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการ รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจซึ่งเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. .... และส่งให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติสภานักบัญชี พ.ศ. .... ในคราวประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฝ่ายเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2540 กระทรวงพาณิชย์ได้ขอถอนเรื่องนี้กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง โดยได้จัดให้มีการประชุมชี้แจง และรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2540 เพื่อประกอบการพิจารณา เสนอแก้ไขกฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
    • คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2540 อนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรอง ฝ่ายเศรษฐกิจเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. .... ที่กระทรวงพาณิชย์แก้ไขเพิ่มเติม และส่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับไปตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว โดยได้ปรับปรุง แก้ไขถ้อยคำใหม่เล็กน้อย และกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันให้นำเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ พิจารณา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2541 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอและให้ส่ง คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2541 รับทราบมติของคณะกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งให้เสนอร่างพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อ พิจารณา โดยก่อนส่งสภาผู้แทนราษฎรให้แก้ไขมาตรา 5 วรรคสอง และเพิ่มมาตรา 27
2. สาระสำคัญของกฎหมาย
  1. แก้ไขหลักการจากเดิมที่กำหนดให้ธุรกิจทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจ ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดต้องจัดทำบัญชี เป็นกำหนดให้เฉพาะนิติบุคคลทั้งที่จดทะเบียน ตามกฎหมายไทยและต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ส่วนบุคคลธรรมดาและห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนจะต้องจัดทำบัญชีต่อเมื่อรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
  2. กำหนดให้ผู้ทำบัญชีต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจโดยแบ่งแยก หน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้ทำบัญชีและผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีให้ชัดเจน กล่าวคือ
      2.1 กำหนดความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ในการจัดให้มีการทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และมีหน้าที่ต้องจัดส่งเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีเพื่อจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และตามมาตรฐานการบัญชีและยื่นงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบและให้ความเห็นของผู้สอบบัญชี รับอนุญาตแล้ว รวมทั้ง จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด 2.2 ผู้ทำบัญชี (หมายถึงผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่ว่าจะได้ กระทำในฐานะเป็นลูกจ้างของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีหรือไม่ ซึ่งได้แก่พนักงานบัญชีของบริษัท หรือ ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระหรือสำนักงานรับทำบัญชี) ต้องจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามความจริงตามมาตรฐาน การบัญชี โดยมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนรายการให้ถูกต้องครบถ้วน
  3. กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชรวมทั้งกำหนดข้อยกเว้นให้ผู้มี หน้าที่จัดทำบัญชี หรือผู้ทำบัญชีไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง
  4. กำหนดยกเว้นให้งบการเงินของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ที่มี ทุน สินทรัพย์หรือรายได้ ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวงไม่ต้องได้รับตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี
  5. ลดภาระของธุรกิจในการจัดเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีจาก 10 ปี เหลือ 5 ปีและในกรณีจำเป็น อธิบดีโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ขยายระยะเวลาจัดเก็บได้แต่ต้องไม่เกิน 7 ปี
  6. ปรับปรุงข้อกำหนดต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับระบบการจัดทำบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์ เช่น การเก็บรักษาบัญชีการลง รายการในบัญชี เป็นต้น
  7. ปรับปรุงบทกำหนดโทษให้เหมาะสม ครอบคลุมถึงผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ผู้ทำบัญชี และ ผู้ที่เกี่ยวข้องและให้ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้สำหรับความผิดที่มี โทษปรับเพียงอย่างเดียว หรือมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน เพื่อลดขั้นตอนปฏิบัติและสะดวกต่อ ผู้ประกอบธุรกิจ
  8. กำหนดบทเฉพาะกาล ยกเว้นให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นผู้ทำบัญชีอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดี กำหนด สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้หากได้ประกอบอาชีพอยู่ก่อนแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปโดยให้แจ้งต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมทั้งเข้าอบรมและสำเร็จการอบรมตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดก็จะ สามารถ ทำบัญชีต่อไปได้อีก 8 ปี นับตั้งแต่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ
3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ทำให้คุณภาพของการจัดทำบัญชีของภาคธุรกิจมีมาตรฐานยิ่งขึ้น มีการเปิดเผยข้อมูล อย่างเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าของประเทศโดยรวมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ข้อมูลงบการเงิน
  2. เป็นการยกมาตรฐานของนักบัญชีและให้นักบัญชีเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง
  3. เป็นการลดภาระของภาคเอกชนลง และสอดคล้องกับระบบการจัดทำบัญชีของภาคธุรกิจ ที่พัฒนาไปตามความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
4. วิธีดำเนินการในการกำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติต่าง ๆ
  • โดยที่ พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มีบทบัญญัติหลายมาตราที่มอบอำนาจให้รัฐมนตรีหรือ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปออกกฎกระทรวงหรือประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ อาทิ มาตรา 7, มาตรา 8, มาตรา 11, มาตรา 14 และมาตรา 40 เป็นต้น ในทางปฏิบัติการกำหนดหลักเกณฑ์ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องและสถาบันวิชาชีพบัญชี โดยแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาดำเนินการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้แทนจากสถาบันวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้าน บัญชีจากสถาบันการศึกษา เป็นต้น จึงเป็นหลักประกันได้ว่าข้อกำหนดต่าง ๆ จะเป็นไปโดยรอบคอบ และสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติของวิชาชี

    ขอบคุณข้อมุลจาก http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=670

ข้อตกลงเบื้องต้นทางการบัญชี Basic accounting concepts

ข้อตกลงเบื้องต้นทางการบัญชี (Basic accounting concepts)

1. ความเป็นหน่วยงานอิสระ (separate entity assumption) ไม่ว่ากิจการขององค์กรจะมีเจ้าของ
กิจการเป็นรูปแบบ ให้ถือว่าองค์กรเป็นหน่วยงานอิสระจากเจ้าของ สามารถมีสินทรัพย์ หนี้สิน เพื่อให้การ
วัดผลดำ เนินงานว่าประสบผลหรือล้มเหลวตรงตามความเป็นจริง แม้จะมีหลายกิจการก็ให้แยกแต่เป็น
หน่วยบัญชีแยกจากกัน
2. การดำ เนินงานอย่างต่อเนื่อง (continuity assumption) โดยถือว่ากิจการมีอายุยาวนาน ซึ่งมี
ผลต่อการแสดงราคาสินทรัพย์ในการทำ บัญชี (ว่าเป็นราคาซื้อเมื่อซื้อมาลงทุนหรือเป็นราคาขายเพราะจะ
เลิกกิจการ) และต่อการวัดฐานะทางการเงินและผลการดำ เนินงาน
3. หน่วยเงินตราคงที่ (stable-dollar assumption) การแสดงข้อมูลทางการบัญชี ซึ่งเป็นตัวเลข
จะให้เห็นภาพในการตัดสินใจมากกว่าข้อความ จึงต้องมีข้อตกลงเบื้องต้นว่า ค่าของเงินหรืออำ นาจซื้อของ
หน่วยเงินคงที่ซึ่งเป็นความจริงในระยะสั้น แต่ในระยะยาวมูลค่าเงินจะลดลง
4. การกำ หนดระยะเวลารายงานผลดำ เนินการ (periodicity assumption) แม้ว่าการวัดผลการ
ดำ เนินงานที่ถูกต้องครบถ้วนคือการวัดผลเมื่อองค์กรเลิกกิจการ แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถกระทำ ได้กับ
กิจการที่มั่นคง จึงต้องกำ หนดรอบระยะเวลาที่จะวัดผลการดำ เนินงานเรียกว่า งวดบัญชี (accounting
period) โดยรอบระยะเวลาต้องทันต่อการใช้ประโยชน์จึงแตกต่างกันไปตามลักษณะกิจการ แต่ทั่วไปใช้
ระยะ 1 ปีปฏิทิน ซึ่งเรียกว่า ปีการเงิน (fiscal year) สำ หรับหน่วยงานภาครัฐใช้ 1 ต.ค.-30 ก.ย.ของปีถัดไป
5. การเปรียบเทียบรายได้กับต้นทุน (matching principle) เพื่อให้การวัดผลถูกต้องตรงความเป็น
จริงมากที่สุดจึงควรเปรียบเทียบในรอบระยะเวลาเดียวกัน และการคำ นวณรายได้กับต้นทุนควรใช้เกณฑ์
พึงรับพึงจ่ายในการบัญชี (accrual basis of accounting) หมายถึง การวัดความสำ เร็จ (รายได้) ที่เกิดจาก
จากการใช้ทรัพยากร (ต้นทุน) ในรอบระยะเวลาเดียวกัน แทนที่จะใช้เกณฑ์เงินสด
6. หลักการที่ว่าด้วยราคาทุน (cost principle) ในการลงบัญชีจะใช้ราคาทุน (ราคาทุนไม่ได้หมาย
ถึงต้นทุนของสินค้านั้น) หมายถึงมูลค่าเงินที่จ่ายไปจริงแม้ว่าราคาตลาด (current market price) ในขณะ
นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม
การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาระบบบัญชีต้นทุนด้านสุขภาพช่องปากในเครือข่ายบริการสุขภาพ 5
7. ความสมํ่าเสมอ (consistency) หมายถึงใช้วิธีการเดียวกันให้ตลอดเช่น ใช้รอบระยะเวลา 1 ปี
ก็ใช้ให้ตลอด คิดค่าเสื่อมราคาแบบไหนก็คิดแบบนั้นให้ตลอด หากจะเปลี่ยนต้องเขียนอธิบายเหตุผลและ
ไม่สามารถเปรียบเทียบกับวิธีเก่าได้ เว้นแต่จะตามเปลี่ยนของเดิมให้เป็นวิธีใหม่ด้วย
8. หลักฐานที่พิสูจน์ได้ (objectivity or verifiability) ข้อมูลที่ถูกบันทึกต้องมีหลักฐานเพื่อให้ข้อมูล
เชื่อถือได้เช่น จะบันทึกรายการซื้อก็ต่อเมื่อมีเอกสารแสดงราคาสินค้าที่ซื้อ รายการใช้เงินสดจะบันทึกเมื่อ
ใช้เงินสดไปแล้ว
9. การเปิดเผยข้อมูล (disclosure) เพื่อให้บุคคลภายนอกทราบความเป็นไปของการดำ เนินงาน
อย่างแท้จริงอันจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ
10. ความมีนัยสำ คัญ (materiality) หมายถึง การเลือกที่จะเปิดเผยเฉพาะข้อมูลสำ คัญที่มีผลต่อ
การตัดสินใจ โดยรวมรายการเล็กๆ เข้าเป็นกลุ่ม เพื่อไม่ให้มีรายละเอียดมากจนบดบังสาระสำ คัญ
11. หลีกเลี่ยงการหลอกตัวเอง (conservatism) เนื่องจากวิธีการต่างๆ อาจได้มูลค่าแตกต่างกัน จึง
ไม่ควรเลือกวิธีที่จะให้ค่าสูงเกินเช่น การประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เลือกวิธีที่จะได้มูลค่าตํ่า ปลอดภัย
กว่าวิธีที่จะได้มูลค่าสูง หรือในการคิดอัตราดอกเบี้ยในการกู้เงินมาลงทุนไม่ควรใช้อัตราตํ่าจนเกินไป

ทำบัญชี เชียงใหม่

การบัญชีคืออะไร

การบัญชีคืออะไร
ประโยชน์ของ การบัญชี
1. ช่วยให้การวางแผน การควบคุม การปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และเกิดผล (การบริหารจัดการ) อีกทั้งยังสามารถประเมินประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และ
การหารายได้ขององค์กรได้
2. แสดงสถานการณ์จริงทางการเงินของกิจการเพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้อื่นทราบ
หน้าที่ทาง การบัญชี
1. บันทึก (recording) ตามวิธีการลงบันทึกรายการประจำ วันเช่น ค่าวัสดุ ค่าจ้างแรงงาน
2. จัดหมวดหมู่ข้อมูลที่บันทึก (classifying) เพื่อให้เข้าใจง่ายเช่น กลุ่มรายจ่ายค่าวัสดุ กลุ่มราย
จ่ายค่าบำ รุงรักษา กลุ่มรายรับจากบริการ เงินบริจาค
3. สรุปผล (summarizing) เป็นขั้นตอนต่อมาเพื่อแสดงสถานการณ์จริงทางการเงินที่สำ คัญเช่น
จัดทำ เป็นบัญชีกำ ไรขาดทุน (บัญชีแสดงผลการดำ เนินงาน) จัดทำ งบดุล (บัญชีแสดงฐานะ
ทางการเงินของกิจการ)
4. วิเคราะห์แปลผล (interpreting) โดยเปรียบเทียบรายการสำ คัญที่เกิดขึ้นในรอบ 1 ปี และ
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปีต่อไป

ทำบัญชีเชียงใหม่

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นักบัญชี accountant และ นักทำบัญชี bookkeeper

นักบัญชี (accountant) และ นักทำบัญชี (bookkeeper)
บุคลากร 2 ประเภทนี้มีหน้าที่แตกต่างกันซึ่งหน้าที่ของนักบัญชีได้แก่
1. วางระบบบัญชี รวมถึงระบบรวบรวมและรายงานข้อมูล
2. ประเมินผลการดำ เนินงาน
3. ตรวจสอบข้อมูล
4. จัดทำ รายงานพิเศษ
5. ออกแบบระบบควบคุมภายในองค์กร
6. วิเคราะห์แปลผลข้อมูล
7. การจัดวิธีลงบันทึกรายการใหม่ๆ
8. การจัดทำ รายงานเกี่ยวกับงานประจำ

การบัญชีคืออะไร

การบัญชีคืออะไร
ประโยชน์ของ การบัญชี

1. ช่วยให้การวางแผน การควบคุม การปฏิบัติงาน และการตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และเกิดผล (การบริหารจัดการ) อีกทั้งยังสามารถประเมินประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และ
การหารายได้ขององค์กรได้

2. แสดงสถานการณ์จริงทางการเงินของกิจการเพื่อให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้อื่นทราบ
หน้าที่ทาง การบัญชี

      1. บันทึก (recording) ตามวิธีการลงบันทึกรายการประจำ วันเช่น ค่าวัสดุ ค่าจ้างแรงงาน
      2. จัดหมวดหมู่ข้อมูลที่บันทึก (classifying) เพื่อให้เข้าใจง่ายเช่น กลุ่มรายจ่ายค่าวัสดุ กลุ่มราย
           จ่ายค่าบำ รุงรักษา กลุ่มรายรับจากบริการ เงินบริจาค
3. สรุปผล (summarizing) เป็นขั้นตอนต่อมาเพื่อแสดงสถานการณ์จริงทางการเงินที่สำ คัญเช่น
จัดทำ เป็นบัญชีกำ ไรขาดทุน (บัญชีแสดงผลการดำ เนินงาน) จัดทำ งบดุล (บัญชีแสดงฐานะ
ทางการเงินของกิจการ)

4. วิเคราะห์แปลผล (interpreting) โดยเปรียบเทียบรายการสำ คัญที่เกิดขึ้นในรอบ 1 ปี และ
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปีต่อไป

จิรทีปต์ การบัญชี

เกี่ยวกับ จิรทีปต์  การบัญชี

รับสอนงานบัญชีโรงแรมโดยเฉพาะ  รับสอนงานบัญชีร้านค้าทั่วไป รับสอนการวางระบบบัญชีทั้งโรงแรมและร้านค้าทั่วไป รับทำบัญชีโรงแรมและร้านค้าทั่วไป นอกจากนี้ทางสำนักงานยังมีโรงพิมพ์เอกสาร,หนังสือ,จัดทำสื่อต่างๆ รับทำโบว์ชัว์,ใบปลิว ฯลฯ และงานด้านการท่องเที่ยว รับจัดโปรแกรมทัวร์,จองห้องพัก,นำท่องเที่ยว โดยมัคคุเทศก์มืออาชีพมากกว่า 20 ปี ในจังหวัดเชียงใหม่ รับทำบัญชี ราคาถูก และย่อมเยาว์ ตกลงราคากันได้


สนใจติดต่อ จิรทีปต์ หิรัญสุทธิ์ 

Email. Jirateep_8@windowslive.com
          jiraeep_account@hotmail.com


Mobile: 091-5594641